ค้นหาตามคำสำคัญ   

ค้นหาข้อมูลสุขภาพ

ค้นหาตามคำสำคัญ   

เข้าสู่ระบบ

ผู้ใช้ที่กำลังออนไลน์

มี ผู้ใช้ 0 คน และ ผู้ใช้ไม่ใช่สมาชิก 52 คน กำลังออนไลน์อยู่

ผู้ใช้หน้าใหม่

  • pk7330
  • zigalessblog
  • wicharn671011
  • nai
  • warunee

ข่าวสาร

XML feed
บล็อกสุขภาพ


นักวิจัยของโปรตุเกสเปิดเผยว่า ผักบร็อกโคลี่ ที่ทำให้สุกด้วยเตาไมโครเวฟ จะสูญเสียสารอาหารซึ่งมีคุณสมบัติเป็นตัวล้างพิษในตัวลงไปถึง 97% เมื่อเทียบกับการนึ่ง ที่สูญเสียลงเพียง 11% หรือน้อยกว่านั้น
     นักวิจัยได้รายงานในวารสาร "วิทยาศาสตร์อาหารและเกษตรกรรม" ว่า วิธีการหุงต้ม ได้ทำให้สารอาหารหลายอย่าง ต้องละลายหายไปสิ้น สารอาหารเหล่านี้เป็นที่เชื่อกันว่า ช่วยป้องกันรักษาเซลล์ร่างกายไม่ให้เป็นอันตราย ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว เป็นการเสี่ยงกับการกลายเป็นมะเร็งมากขึ้น
     ดร.คริสตินา การ์เซีย-ไวเกอรา ของมหาวิทยาลัยปอร์โต นักวิจัยได้กล่าวว่า "สารอาหารที่มีคุณประโยชน์ส่วนใหญ่ มักจะละลายน้ำได้เมื่อโดนความร้อน เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่จะสูญสลายไปกับน้ำหุงต้ม จะคงเหลืออยู่ในอาหารเพียงเล็กน้อย" อย่างไรก็ตาม ดร.แอนน์ นูเจนต์ นักโภชนาการของอังกฤษ ได้บอกแย้งว่า "น้ำเป็นตัวการของเรื่องมากกว่าวิธีการหุงต้มเอง ไม่ใช่เป็นเพราะเตาไมโครเวฟโดยตรง หากแต่เป็นเพราะมีน้ำและการเดือดของน้ำ พูดง่ายๆ สารอาหารได้สูญหายไปเพราะการต้มให้เดือด มากกว่าการนึ่ง".

 

6 วิธีทำดีกับร่างกายของคุณ 1.ทำดีกับ...เกล็ดเลือด

สาวกเครื่องดื่มสีอำพันคงต้องเพลา ๆ หน่อยนะ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรจำกัดไว้ที่วันละ 1-2 แก้วก็พอ เพราะเกล็ดเลือดบอบบางมาก และแอลกอฮอล์ที่มากเกินไปจะเป็นพิษต่อไขกระดูก ทำให้การสร้างเกล็ดเลือดบกพร่อง

ลอง ให้ของขวัญเกล็ดเลือดด้วยโฟเลตจากอาหารอย่างผักโขม ถั่วเลนทิล และหน่อไม้ฝรั่ง จะทำให้ไขกระดูกมีสุขภาพดี หากขาดสารอาหารความสามารถในการผลิตเกล็ดเลือดจะลดลง โดยเฉพาะเมื่อคุณตั้งครรภ์ และถ้าคุณรักเกล็ดเลือดของตัวเองละก็...เอามันออกไปซะ! ซึ่งการบริจาคโลหิตไม่มีอันตราย และร่างกายของคุณจะสร้างเกล็ดเลือดขึ้นมาใหม่ทันทีค่ะ (ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริจาคโลหิตได้ที่ เว็บไซต์ของสภากาชาดไทย Welcome to The Thai Red Cross Society.)

2.ทำดีกับ...ร่องน้ำตา

นี่ เป็นคำแนะน้ำด้านสุขภาพที่ง่ายที่สุดในประวัติศาสตร์ : กะพริบตาสิ! "การกะพริบตาทำให้น้ำตาสามารถสร้างชั้นเคลือบ เพื่อป้องกันไม่ให้ตาแห้งหรือมีสิ่งระคายเคืองได้" นี่เป็นคำแนะนำจาก ศ.จักษุวิทยา นพ.มาร์เกอไรต์ แม็กโดนัลด์ จาก New York University

อัตราการกะพริบตาของคุณจะลดลง เมื่อคุณจ้องจอคอมพิวเตอร์ และน้ำตาเทียมสามารถทำให้ดวงตาของคุณชุ่มชื้นได้ เพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้ร่องน้ำตาอุดตัน ให้ล้างมือบ่อย ๆ และพยายามอย่าสัมผัสดวงตา สำหรับสาว ๆ ที่ขาดอายไลเนอร์ไม่ได้ เมื่อเขียนขอบตา ให้หยุดมือก่อนจะถึงร่องน้ำตา "อายไลเนอร์แบบน้ำ หรือแบบดินสออาจทำให้ติดเชื้อได้" ดร.แม็กโดนัลด์เตือน และก่อนจะล้มตัวลงนอนอย่าลืมล้างเครื่องสำอางให้สะอาดนะ...เดี๋ยวจะหาว่าสวยไม่เตือน

3.ทำดีกับ...ตับ

แสดง ความรักต่อตับด้วยการระวังรอบเอวไว้ให้ดี เพราะคนที่มีน้ำหนักเกิน โดยเฉพาะคนที่อ้วนบริเวณกลางลำตัว มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นโรคไขมันพอกตับ (Fatty Liver) ซึ่งเป็นโรคตับที่มีผลกระทบต่อคนอเมริกันประมาณ 30-40 ล้านคน แต่อย่าหวังพึ่งยาลดความอ้วน ในบางกรณี (ขึ้นอยู่กับปัจจัยบางอย่าง เช่น กรรมพันธุ์และนิสัยการดื่ม) อาหารเสริมเพื่อการไดเอ็ตอาจเป็นพิษต่อตับของคุณได้ แม้แต่ในปริมาณน้อย ๆ

นอกจากนี้ การสักหรือเจาะตามร่างกาย จะทำให้คุณเสี่ยงต่อโรคไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งเป็นการติดเชื้อทางเลือด และอาจเกิดโรคตับแข็งได้ ดังนั้น จึงควรดูให้แน่ใจก่อนสักหรือเจาะว่า เครื่องมือและหมึกเป็นแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และฆ่าเชื้อผิวหนังบริเวณนั้นเสียก่อน

4.ทำดีกับ...ปอด

ขยับ ตัวซะหน่อยนะ การออกแรงจะช่วยออกกำลังกายปอดของคุณ ทำให้ปอดมีความจุเพิ่มขึ้น และร่างกายจะส่งออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อต่าง ๆ ในการทำกิจกรรมใด ๆ ก็ตามได้ดีขึ้น และหากต้องทำความสะอาดหรือทาสี ควรทาหน้ากากอนามัยมาใส่ เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและสารพิษ ทั้งยังปกป้องปอดจากเศษผงที่มีขนาดเล็กมากด้วย สุดท้ายนี้ คือการหายใจลึก ๆ การออกกำลังกายที่ต้องหายใจลึก ๆ จะช่วยให้การทำงานของปอดส่งออกซิเจนไปยังร่างกายได้มากขึ้น และทำให้เรากระปรี้กระเปร่าอีกด้วย

5.ทำดีกับ...กระเพาะปัสสาวะ

เมื่อปวด...อย่าอั้น เพราะอั้นปัสสาวะไว้นาน ๆ อาจทำให้กระเพาะปัสสาวะล้าจนติดเชื้อ หรือปัสสาวะราดได้ และอย่าลืมดื่มน้ำมาก ๆ การขาดน้ำจะทำให้ปัสสาวะเข้มข้นขึ้นจนบางครั้งอาจทำให้ปัสสาวะเล็ด แถมกระเพาะปัสสาวะของเราอาจจะแสบ ๆ คัน ๆ เนื่องจากอาหารและเครื่องดื่มบางชนิดจะระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ ตัวร้ายที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ คาเฟอีน ผลไม้จำพวกส้มที่เป็นกรดและสับปะรด แต่อาหารที่มีผลต่อคนคนหนึ่งอาจจะไม่มีผลต่ออีกคนก็ได้ ดังนั้น ควรสังเกตให้ดีว่า อาหารการกินของคุณทำให้การปัสสาวะเปลี่ยนไปอย่างไร

6.ทำดีกับ...ปากมดลูก

ไปตรวจเป็นประจำสิคะ รู้มั้ยว่า 1 ใน 7 ของสาวอเมริกันไม่ยอมไปตรวจมะเร็งปากมดลูก แต่ถ้าไม่ไปตรวจ คุณหมอจะไม่ได้ตรวจหาเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) และความผิดปกติต่าง ๆ ของเซลล์ที่จะทำให้คุณเสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูก นอก จากนี้ อย่าลืมกินผักเยอะ ๆ เพราะการศึกษาจาก University of Arizona ในรัฐทัคซัน เปิดเผยว่า หญิงสาวที่กินผักมาก จะมีโอกาสน้อยกว่าถึงร้อยละ 50 ที่จะติดเชื้อไวรัส HPV เป็นเวลานาน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Lisa

 

    

ภาพจากฟอร์เวิร์ดเมล์

1. ขนมปังปี๊บ

วางขายทั่วไปตั้งแต่ร้านโชห่วยจนถึงซูเปอร์สโตร์เลยทีเดียว หลายคนชะล่าใจว่าวางขายในห้างแล้วจะปลอดภัยกว่าร้านขายของชำ จะบอกว่าวางขายที่ไหนก็ไม่ปลอดภัยทั้งนั้น เพราะกระบวนการผลิตขนมปังบรรจุปี๊บบางแห่งไม่มีคุณภาพ แถมบางรสอย่างเช่น ไส้สับปะรด แท้จริงแล้วผู้ผลิตบางเจ้าใช้มันแกวหรือพืชอื่นๆ กวนใส่น้ำตาลแทนสัปปะรดจริง แล้วใส่กลิ่นกับแกนสัปปะรดไปนิดหน่อย เพื่อลดต้นทุนอย่างน่าเกลียด

 

ทำไมผมจึงหงอก ?

ผมหงอกเกิดจากเม็ดสีเมลานิน (ที่ทำให้เส้นผมมีสี) ลดลงเมื่อสูงวัยขึ้น  จึงทำให้ผมเป็นสีขาว หยาบ และแลดูไม่เป็นประกาย  ผมหงอกที่มักพบในคนสูงอายุเมื่อเกิดแล้วจะอยู่ถาวร  ส่วนผมหงอกที่กลับดำได้นั้นเป็นผมหงอกที่เกิดจากโรคภายในร่างกาย ถ้ารักษาโรคหายผมจึงกลับดำได้ โรคที่ทำให้เกิดผมหงอกได้  เช่น เบาหวาน โรคโลหิตจาง โรคต่อมไทรอยด์ การบาดเจ็บและโรคของระบบประสาท ด่างขาว ผมร่วงเป็นหย่อม การล้มป่วยบางอย่างเช่น มาลาเรีย และเป็นไข้หวัดใหญ่   อายุที่เริ่มผมหงอกขึ้นกับกรรมพันธุ์   ในฝรั่งผิวขาวผมเริ่มหงอกครั้งแรกตั้งแต่อายุ 24 - 44 ปี  ในคนผิวดำเริ่มหงอกเมื่ออายุ 34 - 54 ปี ส่วนชาวเอเชีย เช่น ญี่ปุ่นผมจะเริ่มหงอกตั้งแต่อายุ 30 - 40 ปี  ผมที่เริ่มหงอกตามวัยนี้ไม่สามารถกลับมาดำได้อีกเลย  ส่วน “ผมที่หงอกก่อนวัย” นั้น ในฝรั่งถือว่าถ้าผมเริ่มหงอกก่อนอายุ 20 ปี  ในคนผิวดำ (คนนิโกร) ส่วนคนไทยถ้าผมเริ่มหงอกก่อนอายุ 30 ปี ก็จัดว่าเป็น “ผมหงอกก่อนวัย” ซึ่งเป็นเรื่องตามธรรมชาติ คือเป็นกรรมพันธุ์เป็นส่วนใหญ่ การขาดสารอาหารบางตัว เช่น วิตามิน บี12 อาจทำให้มีผมหงอกได้  ในบางกรณีความเครียดอาจทำให้ผมหงอกได้ บางคนเชื่อว่าความเครียดทำให้ร่างกายขาดวิตามินบี  ถ้ากินวิตามินบีขนาดสูงอาจทำให้ผมหงอกกลับดำได้  การกินยาบางตัว เช่น คลอโรควิน อาจทำให้คนที่มีผมสีอ่อนหรือผมน้ำตาลแดงกลายเป็นสีขาวได้  มีการทดลองในหนูพบว่าถ้าขาดสาร pantothenic ทำให้ขนกลายเป็นสีขาวได้   วิธีแก้ปัญหาผมหงอกนั้นมีหลายอย่าง อย่างแรกคือไม่ต้องทำอะไรปล่อยให้หงอกขาวอยู่นั่นแหละ หรือถ้าผมหงอกเฉพาะส่วนปลายผม คือหงอกปลายผมไม่เกิน 1 ใน 10 ก็อาจใช้การตัดซอยเอาเฉพาะส่วนปลายที่หงอกทิ้งไป วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ผมเริ่มหงอกในช่วง 1 - 2 ปีแรก เพราะผมจะเริ่มหงอกเฉพาะส่วนปลายเท่านั้น  อีกวิธีหนึ่งก็คือย้อมผม  ไม่มีวิธีรักษาผมหงอกที่เกิดตามวัยให้หายขาดได้ครับ

 

ความเสี่ยงของมะเร็งในช่องปาก

ในช่องปากมีอวัยวะสำคัญหลายส่วน เหงือก ฟัน ลิ้น เพดานบน กระพุ้งแก้ม ฐานของลิ้น ริมฝีปาก หากมีการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อบริเวณเหล่านี้ คุณต้องระวัง !

ฟอกสีฟันดีมั้ย!!??

 

เรื่อง: พ.ต.ท.ทพ.พจนารถ พุ่มประกอบศรี

 

 

ส่วนใหญ่มะเร็งช่องปาก คุณสามารถป้องกันได้ ถ้าหากให้ความสำคัญต่อความเสี่ยงต่างๆ และอย่าใกล้ชิดมัน

 

 

ตากแดดรับวิตามินเลี่ยงกระดูกพรุน

สำหรับผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุนมักจะมีอาการปวดตามกระดูกส่วนกลางที่รับน้ำหนัก รวมทั้งมีอาการปวดตามข้อต่อต่าง ๆ ร่วมด้วย และการเกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้กระดูกหักได้ง่าย ๆ

 

ตากแดดรับวิตามินเลี่ยงกระดูกพรุน

 

สำหรับการขาดฮอร์โมนเพศในสตรีวัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน โดยเฉพาะ ฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่เคยช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับกระดูก อาจทำให้สตรีวัยทองมีโอกาสเสี่ยงเกิดโรคกระดูกพรุนได้สูง สำหรับผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุนมักจะมีอาการปวดตามกระดูกส่วนกลางที่รับ น้ำหนัก อาทิ กระดูกสะโพก กระดูกสันหลัง รวมทั้งมีอาการปวดตามข้อต่อต่าง ๆ ร่วมด้วย และการเกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้กระดูกหักได้ง่าย ๆ

การดื่มนม รับประทานอาหารทีมีแคลเซียมและโปรตีน ถือเป็นการสะสมแคลเซียมไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อลดความเสี่ยงเกิดภาวะกระดูกพรุนเมื่อเข้าสู่วัยทองได้ นอกจากนี้ยังควรให้ผิวผนังได้ถูกแสงแดดเพื่อรับวิตามินดี ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียม และรักษาระดับแคลเซียมในกระแสเลือด เสริมการทำงานของกล้ามเนื้อ และควบคุมการทรงตัว

สำหรับการรับแสดงแดด ก็มีช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยควรเป็นแสงแดดในช่วงเวลา 8.30 - 09.00 น. และอีกช่วงคือ 16.00 - 16.30 น. ที่ สำคัญในการรับให้ผิวหนังถูกแสงแดดตามช่วงเวลาที่แนะนำนั้นไม่ควรทาครีมกัน แดดที่มีค่าเอสพีเอฟเกิน 35 เนื่องจากสารเคมีในครีมกันแดดจะเป็นตัวต้านไม่ให้ผิวหนังได้รับรังสียูวีที่ เป็นประโยชน์กับการสังเคราะห์ให้ได้วิตามินดี

ทั้งนี้ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย

 

รักษาอาการท้องเสียด้วยฝรั่ง

ใครที่มีอาการท้องเสียบ่อย ๆ กินยาเท่าไหร่ก็ไม่หายสักที วันนี้เรามีวิธีรักษาอาการท้องเสียด้วยฝรั่งมาบอก..

 

รักษาอาการท้องเสียด้วยฝรั่ง

นำใบฝรั่งมาล้างน้ำให้สะอาด ประมาณ 10-15 ใบ แล้วโขลกพอแหลก ใส่น้ำ 1 แก้วใหญ่ นำไปต้มใส่เกลือ พอเดือดยกลงนำมาดื่มแทนชา ได้ผลดี

นำผลฝรั่งอ่อน ๆ มาฝานเอาแต่เปลือกกับเนื้อ ใส่เกลือเล็กน้อย แล้วกินรวมกัน หรือจะใช้ต้มดื่มเป็นน้ำฝรั่งก็ได้

นำใบฝรั่งสดที่ไม่อ่อน และไม่แก่เกินไป มาตัดหัวตัดท้าย แล้วนำไปแช่น้ำทิ้งไว้สักครู่ ตักน้ำที่ได้จากการแช่ใบฝรั่ง มาจิบทีละนิด ก็ช่วยรักษาได้เช่นกัน แต่อย่าจิบมากจนเกินไป อาจทำให้ท้องผูกได้

ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติกันได้.

 


       กองทุนวิจัยต่อต้านโรคมะเร็งโลก เตือนกาแฟเย็นของร้านกาแฟชื่อดังระดับโลก หลายเจ้าให้พลังงานแคลอรีมากเสียยิ่งกว่ากินข้าวหนึ่งมื้อเสียอีก…

       กองทุนวิจัยต่อต้านโรคมะเร็งโลก กล่าวเตือนว่า กาแฟเย็นของร้านกาแฟชื่อดังระดับโลก หลายเจ้าให้พลังงานแคลอรีมากเสียยิ่งกว่ากินข้าวหนึ่งมื้อเสียอีก ดังนั้น ผู้ที่คิดกินกาแฟต่างข้าวมื้อใดมื้อหนึ่ง ควรจะสังวรไว้


      กองทุนได้ทำการสำรวจกาแฟเย็นที่ขายตามร้านกาแฟเครือข่ายยี่ห้อที่มีชื่อเสียง อย่าง สตาร์บัคส์ แคฟเฟ เนโร และคอสตา คอฟฟี่ ตรวจวัดปริมาณแคลอรี ในการศึกษาหาความเกี่ยวพันของความอ้วนกับการเป็นมะเร็ง พบว่ากาแฟเย็นบางชนิดให้แคลอรีมากถึง 561 แคลอรี บางชนิดก็ไม่ต่ำกว่า 450 ส่วนใหญ่ล้วนแต่ไม่ต่ำกว่า 200 แคลอรีทั้งนั้น

      ผู้เชี่ยวชาญสุขภาพได้เคยแนะนำว่า ผู้ต้องการรักษาน้ำหนักตัวไว้ให้คงที่ ผู้ชายโดยเฉลี่ยควรจะบริโภคอาหาร ควรให้ได้รับพลังงานไม่เกิน 2,500 แคลอรี ส่วนผู้หญิงก็ควรจะอยู่ประมาณวันละ 2,000 แคลอรี ในขณะที่ผู้ที่จำเป็นต้องควบคุมอาหาร ควรจะอยู่ในระหว่างแค่ 1,000 ถึง 1,500 แคลอรีเท่านั้น.

ข้อมูลจาก :

 

1. ประคองศีรษะทารกเข้าใกล้เต้านม มารดาช้อนเต้านมรอไว้

2. มารดาประคองเต้านมให้หัวนมแตะริมฝีปากล่างของทารก เพื่อกระตุ้นให้ ทารกคาบหัวนม

3. มารดาช้อนเต้านม ให้หัวนมเข้าปากทารก (ลูกจะรู้สึกประทับใจในบริการ ของแม่ อย่าปล่อยให้ลูกใช้ปากหาหัวนมแม่เอง)

4. มารดาประคองศีรษะทารกขึ้น เพื่อให้ปากทารกกระชับหัวนมมารดา และ คาบจนถึงลานหัวนม

 

1.ล้างมือ ทำความสะอาดขวดนมและจุกนม และต้มในน้ำเดือดเป็นเวลา ๕ นาที
2.ให้ใช้น้ำต้มสุกเท่านั้นในการผสมนม
3.การชงนม ต้องทำตามคำแนะนำที่ระบุไว้บนบรรจุภัณฑ์อย่างระมัดระวัง
4.ถ้าเด็กดื่มนมแล้วเหลืออย่าเก็บไว้ ควรเททิ้ง

 

XML feed