ค้นหาตามคำสำคัญ   

ค้นหาข้อมูลสุขภาพ

ค้นหาตามคำสำคัญ   

เข้าสู่ระบบ

ผู้ใช้ที่กำลังออนไลน์

มี ผู้ใช้ 0 คน และ ผู้ใช้ไม่ใช่สมาชิก 43 คน กำลังออนไลน์อยู่

ผู้ใช้หน้าใหม่

  • pk7330
  • zigalessblog
  • wicharn671011
  • nai
  • warunee

ข่าวสาร

XML feed
บล็อกของ Suputar Thaor

ที่มา : สำนักข่าวต่างประเทศ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

 หลังเชื้อดื้อยาใหม่เพิ่มอีก5 ประเทศในยุโรปรวมแล้วเป็น 9

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานผลการศึกษาล่าสุดเกี่ยวกับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ว่าขณะนี้พบว่ามีแนวโน้มการดื้อยาทามิฟลูซึ่งเป็นยาสำคัญในการใช้รักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่ใช้กันอยู่ในหลายประเทศเพิ่มขึ้นใหม่ในอีก 5 ประเทศในสหภาพยุโรป ทั้งนี้เป็นผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการของตัวอย่างเชื้อไวรัสทั้งหมด 437 ตัวอย่างซึ่งเก็บมาจากคนไข้ที่ป่วยด้วยเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่เอช1เอ็น1 ใน 18 ประเทศ โดยพบว่า 59 รายจากทั้งหมดเป็นเชื้อที่ดื้อต่อยาทามิฟลู ผลตรวจเชื้อดื้อยานี้รายงานโดยศูนย์เพื่อการป้องกันและควบคุมโรคยุโรป หรือซีดีซียุโรป ซึ่งในจำนวน 5 ประเทศที่พบเชื้อไวรัสดื้อยาทามิฟูลเพิ่มขึ้นนั้นตัวอย่างเชื้อที่ได้มาจากประเทศนอร์เวย์คิดเป็นจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของกรณีการดื้อยาที่พบทั้งหมดในการศึกษานี้ การที่เชื้อเริ่มดื้อต่อยาทามิฟลูหรือโอเซลทามิเวียร์นี้อาจทำให้แพทย์ต้องหันมาใช้ยารีเลนซา หรือให้การรักษาด้วยวิธีอื่นๆ แทนในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ในอนาคต ซึ่งตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่าเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ทำให้คนเสียชีวิตทั่วโลกประมาณ 250,000 ถึง 500,000 รายต่อปี “ในชั้นนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าการดื้อยาที่พบถือว่าเป็นการดื้อยาแบบกระจายไปทั่วยุโรปแล้วเลยหรือเปล่า” ผู้เชี่ยวชาญจากซีดีซียุโรปกล่าวและว่า “แต่จากข้อมูลที่ได้ซึ่งก็ยังถือว่ายังจำกัดอยู่นี้แสดงให้เห็นว่าปัญหาเชื้อดื้อยาในยุโรปโดยทั่วไปนั้นมีนัยสำคัญแน่นอนแต่ก็ยังไม่รุนแรงเท่าสถานการณ์ของนอร์เวย์ที่เดียว” ด้านคุณเฟรเดอริค เฮย์เดน ซึ่งเป็นนักวิจัยของส่วนงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเชื้อไข้หวัดใหญ่ในทั่วโลกขององค์การอนามัยโลกระบุว่าเชื้อไวรัสเอช1เอ็น1ที่พบว่าดื้อยาในยุโรปนั้นพบว่ามียีนส์กลายพันธุ์ที่เรียกว่า เอช274วาย ซึ่งพบว่าเป็นการกลายพันธุ์ที่ทำให้เกิดการดื้อยาในระดับสูง ขณะเดียวกันศูนย์เพื่อการควบคุมและป้องกันโรคในเมืองแอตแลนตาประเทศสหรัฐอเมริกาก็ได้ทำการศึกษาเชื้อเอช1เอ็น1จากตัวอย่างที่เก็บมากจากคนไข้ในประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยเช่นกัน โดยนำมาศึกษาทั้งหมดจำนวน 109 ตัวอย่างและผลที่ได้ก็พบแนวโน้มการดื้อยาของเชื้อในทิศทางเดียวกันกับการตรวจเชื้อในยุโรป สำหรับการตรวจเชื้อในยุโรปนั้นเดิมทีพบเชื้อดื้อยาในสหราชอาณาจักรอังกฤษ เดนมาร์ค ฝรั่งเศส นอร์เวย์ แต่พบในการตรวจครั้งล่าสุดนี้พบว่ามีอีก 5 ประเทศที่เพิ่มขึ้นมาจากของเดิม 4 ประเทศ อันได้แก่ เยอรมันนี เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส สวีเดน และฟินแลนด์ สำหรับการรักษาผู้ป่วยที่มีเชื้อดื้อยานั้นซีดีซียุโรปกล่าวว่านับว่ายังมีข่าวดีที่ว่าเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่กลายพันธุ์นี้ยังตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา รีเลนซา และยาเก่า adamantanes อย่างไรก็ตามหลักฐานจากการศึกษาในเบื้องต้นนี้ยังไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแนวทางในการรักษาที่ใช้กันเป็นมาตรฐานในการรักษาโรคไข้หวัดใหญ่อยู่ในปัจจุบันนี้ได้ และจำเป็นจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมอีกจนแน่ใจก่อน

 

     

 

ชาเขียว ไม่ว่าอะไรก็ต้องชาเขียวไว้ก่อน
เรียบเรียงโดย   พญ. สายพิณ   โชติวิเชียร
                       นายวรชาติ   ธนนิเวศน์กุล

  เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในหมู่คนไทย ช่วง 2-3 ปีมานี้ เห็นจะไม่มีอะไรเกินเครื่องดื่ม “ชาเขียว” ซึ่งมีแนวโน้มการบริโภคที่เพิ่มขึ้น จัดเป็นกระแสการตื่นตัวทางการบริโภคเพื่อสุขภาพ และมีการพัฒนารูปแบบของการบริโภค ตั้งแต่ซื้อใบชามาชงดื่มเอง หรือซื้อในรูปของน้ำชาเขียวสำเร็จรูปที่บรรจุขวด กระป๋อง กล่องUHT นอกจากนี้ยังมีการนำมาผสมในอาหารและขนมอื่นๆ และยังมีการพัฒนาเพื่อนำมาผสมลงในเครื่องสำอางต่างๆอีกด้วย

 

โดย นพ.วิโรจน์ หมัดป้องตัว (สูติ-นารีแพทย์) 
        ประจำเดือนที่มาตามปกติแสดงถึงความสมบูรณ์ของสตรีวัยเจริญพันธุ์ และเป็นการถ่ายเทเลือดเสียซึ่งเกิดจากการสลายตัวของเยื่อบุมดลูกและสร้างเยื่อบุมดลูกใหม่หมุนเวียน ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นปกติ
  ทว่าแต่ละเดือนที่คุณผู้หญิงต้องเสียเลือดเป็นจำนวนมากจากการมีรอบเดือน ร่างกายจะสูญเสียวิตามินและเกือแร่อย่างแคลเซียม ธาตุเหล็ก และสังกะสีด้วย ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียกว่าปกติ หรือมีอาการปวดศีรษะ นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร อารมณ์เศร้าซึม โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่สุขภาพไม่แข็งแรง ขาดการออกกำลังกาย หากมัวแต่อดอาหาร รักษาหุ่น อาจทำให้ขาดสารอาหารที่จำเป็น และเสี่ยงต่อภาวะโลหิตจาง ร่างกายจะซูบซีด ผิวพรรณไม่มีเลือดฝาด

 

ถ้าอยากลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะแล้วล่ะก็ นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันรอสเวลพาร์คแคนเซอร์ สหรัฐอเมริกา แนะนำว่า ต้องกินบร็อกโคลี่หรือกะหล่ำปลีสดอย่างน้อยเดือนละ 3 ครั้ง ถ้าทำตามที่แนะนำแล้วล่ะก็ จะลดความเสี่ยงลงถึง 40%

ดร.จางหยูเช็ง สอบถามผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ 275 คน และผู้ที่มีสุขภาพสมบูรณ์ 825 คน ถึงพฤติกรรมการกินผักตระกูลครูซิเฟอรัส ซึ่งเป็นผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงและมีสารไอโซธิโอไซยาเนตส์ หรือสารลดการก่อมะเร็งมาก อย่างบร็อกโคลี่และกะหล่ำปลีสด พบว่า ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่และกินผักตระกูลนี้อย่างน้อยเดือนละ 3 ครั้งนั้น มีโอกาสเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารน้อยกว่าผู้ที่สูบบุหรี่และกินบร็อกโคลี่และกะหล่ำปลีเดือนหนึ่งไม่ถึง 3 ครั้งถึง 73%

 

ในสมัยก่อนเมื่อเกิดอาการตกหมอนคนเฒ่าคนแก่มักแนะนำให้เอาหมอนไปตากแดด ซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ทั้งนี้การเอาหมอนที่เปียกชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการปวดคอ ไปตากแดดย่อมทำให้เส้นใยนุ่นที่ยัดอยู่ในตัวหมอนนั้นแห้ง และพองออกไม่เป็นก้อน แสงแดดสามารถฆ่าเชื้อโรค เชื้อราในหมอนได้ ทั้งยังเก็บความร้อนของแสงแดดไว้ทำให้อบอุ่นคอเมื่อลงนอน เช่นเดียวกับการประคบด้วยความร้อนทำให้กล้ามเนื้อคอผ่อนคลายลง การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ช่วยซ่อมแซมส่วนที่บาดเจ็บ

 

XML feed