<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<!DOCTYPE rss [<!ENTITY % HTMLlat1 PUBLIC "-//W3C//ENTITIES Latin 1 for XHTML//EN" "http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml-lat1.ent">]>
<rss version="2.0" xml:base="http://www.goodhealth.in.th/web">
<channel>
 <title>GoodHealth.in.th - แหล่งรวมเว็บสุขภาพที่น่าเชื่อถือ</title>
 <link>http://www.goodhealth.in.th/web</link>
 <description>โครงการวิจัย การพัฒนาระบบสนับสนุนการสื่อสารสุขภาพผ่านอินเทอร์เน็ต</description>
 <language>th</language>
<item>
 <title>กทม.เปิดศูนย์รักษ์สุขภาพ บริการคนเมืองรูปแบบใหม่ในห้างดัง</title>
 <link>http://www.goodhealth.in.th/web/node/523</link>
 <description>&lt;p align=&quot;justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;กทม.เปิดศูนย์รักษ์สุขภาพ ให้บริการด้านสุขภาพแบบครบวงจร นำร่องเป็นแห่งแรกในห้างสรรพสินค้า เน้นสะดวก รวดเร็ว สอดคล้องกับการดำรงชีวิตของคนเมือง&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน&lt;/strong&gt; ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์รักษ์สุขภาพกรุงเทพมหานคร ณ ห้างเซ็นทรัล พระราม 3 ให้บริการด้านสุขภาพครบวงจร นำร่องเป็นแห่งแรกภายในห้างสรรพสินค้า เน้นสะดวก และรวดเร็ว สอดคล้องกับการดำรงชีวิตของคนเมือง สำหรับศูนย์รักษ์สุขภาพฯ ให้บริการตรวจสุขภาพทั่วไป เช่น ตรวจวัดความดันโลหิต ตรวจวัดการเต้นของหัวใจ ตรวจดัชนีมวลกาย ตรวจมวลกระดูก ตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย เช่น ปริมาณโปรตีน แร่ธาตุ อัตราการใช้พลังงาน เปอร์เซ็นต์ไขมัน และการกระจายตัวในร่างกาย ในกรณีพบผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติจะให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวและส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษา พยาบาลยังศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย หรือโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ที่เหมาะสม&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีบริการให้ความรู้ และนิทรรศการเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรค บริการห้องสำหรับมารดาให้น้ำนม หรือคั้นเก็บน้ำนมให้กับลูก ห้องชมภาพยนตร์ วีดิทัศน์ทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขให้บริการศึกษาค้นคว้าข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ พร้อมทั้งให้คำปรึกษาปัญหาด้านสุขภาพและความเครียด บริการศูนย์ศึกษาชีวิตให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชน เพื่อให้รู้จักการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง และกระตุ้นให้มีบทบาททางสังคมในเชิงสร้างสรรค์ มองเห็นคุณค่าของตนเอง เพื่อป้องกันการติดยาเสพติดด้วย&lt;/p&gt;
</description>
 <category domain="http://www.goodhealth.in.th/web/taxonomy/term/54">ประชาสัมพันธ์ / กิจกรรมสุขภาพ</category>
 <pubDate>Thu, 28 Feb 2008 12:40:59 +0700</pubDate>
</item>
<item>
 <title>จังหวัดแพร่ ทำการสำรวจสถานภาพการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในโรงพยาบาล/สถานพยาบาล ฯ</title>
 <link>http://www.goodhealth.in.th/web/node/522</link>
 <description>&lt;div align=&quot;justify&quot;&gt;จังหวัดแพร่ ทำการสำรวจสถานภาพการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในโรงพยาบาล/สถานพยาบาล คลินิกและสถานบริการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2551&lt;/p&gt;
&lt;/div&gt;&lt;div align=&quot;justify&quot;&gt;นางสาวรุ่งฤดี พัฒนชัยวิทย์ สถิติจังหวัดแพร่ เปิดเผยว่า ระหว่างนี้ไปจนถึง 7 มีนาคม 2551 สำนักงานสถิติจังหวัดแพร่ ได้ดำเนินการสำรวจสถานภาพการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของโรงพยาบาล/สถานพยาบาล คลินิก และสถานบริการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2551 โดยสำรวจสถานประกอบการทางการแพทย์ของภาครัฐและเอกชน คือ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน และคลินิก จำนวน 52 สถานประกอบการ ที่ตั้งกระจายอยู่ในทุกอำเภอของจังหวัดแพร่ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาและการใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในโรงพยาบาล/สถานพยาบาล คลินิกและสถานบริการเพื่อสุขภาพ ความพร้อม ปัญหาอุปสรรคในการประยุกต์ใช้ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนขอเสนอแนะที่สถานประกอบต้องการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งข้อมูลที่ได้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะนำไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบาย วางแผน ส่งเสริมและพัฒนาการใช้พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการต่อไป &lt;/div&gt;&lt;p align=&quot;justify&quot;&gt;ข่าวโดย : สุรีย์ แสงทอง&lt;br /&gt;หน่วยงาน : สวท.แพร่ &lt;/p&gt;
</description>
 <category domain="http://www.goodhealth.in.th/web/taxonomy/term/54">ประชาสัมพันธ์ / กิจกรรมสุขภาพ</category>
 <pubDate>Thu, 28 Feb 2008 12:35:11 +0700</pubDate>
</item>
<item>
 <title>โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง &quot;การสร้างข้อมูลสุขภาพผ่านอินเทอร์เน็ต&quot;</title>
 <link>http://www.goodhealth.in.th/web/node/508</link>
 <description>&lt;p&gt;โครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนาชุมชนสื่อสารสุขภาพทางอินเทอร์เน็ต แผนงานวิจัยและพัฒนาระบบสื่อสารสุขภาพสู่ประชาชน สนับสนุนการวิจัยโดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และสำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีนายโคทม อารียา เป็นประธานขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง &amp;ldquo;การสร้างข้อมูลสุขภาพผ่านอินเทอร์เน็ต ชมรมสื่อสารสุขภาพ นครปฐม&amp;rdquo; ร่วมกับบุคลากรกลุ่มต่างๆที่เกี่ยวข้อง จำนวน 20 คน ประกอบด้วย 1) บุคลากรจากสาธารณสุขจังหวัด 2) งานส่งเสริมสุขภาพ เทศบาลนคร/ องค์การบริหารท้องถิ่น และ3) สื่อมวลชนท้องถิ่น ในวันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 09.00-15.00 น.&lt;/p&gt;
</description>
 <category domain="http://www.goodhealth.in.th/web/taxonomy/term/54">ประชาสัมพันธ์ / กิจกรรมสุขภาพ</category>
 <pubDate>Wed, 13 Feb 2008 10:17:53 +0700</pubDate>
</item>
<item>
 <title>เวทีนักสื่อสารสุขภาพ….นวัตกรรมสื่อสารสุขภาพ</title>
 <link>http://www.goodhealth.in.th/web/node/472</link>
 <description>&lt;p align=&quot;justify&quot;&gt;หลังจากที่ได้ไปร่วมเวทีนักสื่อสารสุขภาพ&amp;hellip;.นวัตกรรมสื่อสารสุขภาพ&amp;nbsp; ที่โรงแรมแม่ยมพาเลสเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2550 เลยเก็บภาพบรรยากาศภายในงานมาให้ได้ชมกัน งานนี้เปิดตัวด้วยการแสดงของพื้นเมือง จากสภาเยาวชน จังหวัดแพร่ ที่แสดงได้อย่างยอดเยี่ยม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ที่เข้ามาร่วมเวทีในครั้งนี้ ก็มาจาก 5 จังหวัดที่อยู่รอบ ๆ จังหวัดแพร่ ได้แก่ ลำพูน ลำปาง น่าน อุตรดิตถ์ และพะเยา ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี รวมไปถึง นสส. จังหวัดแพร่ ที่เข้ามาทั้งมาร่วมและมาร่วมงานกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ในงานนี้มีเครือข่าย ชมรม นสส.จากนครปฐมซึ่งเป็นอีกหนึ่งชมรมที่อยู่ในโครงการวิจัยการพัฒนาชุมชนสื่อสารสุขภาพออนไลน์ ซึ่งดำเนินงานการโดย ผศ.ดร.กัญญดา&amp;nbsp; ประจุศิลป&amp;nbsp; ก็ได้เข้ามาทำความรู้จักกับชมรม นสส. แพร่ ที่เริ่มก่อตั้งเป็นชมรมมาก่อน งานนี้เสียดายที่ไม่มีตัวแทนจาก ชมรม นสส. จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งที่อยู่ในโครงการวิจัยการสื่อสารสุขภาพของท้องถิ่นเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันนี้เราก็เก็บภาพของงานมาให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน และในครั้งต่อไปจะนำเรื่องราวเกี่ยวกับ นสส. มาฝากกันค่ะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;a title=&quot;&quot; href=&quot;http://www.hcsthailand.com/hcs/images/stories/news/18112007/dsc06610.jpg&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img class=&quot;multithumb&quot; title=&quot;&quot; height=&quot;100&quot; alt=&quot;&quot; hspace=&quot;6&quot; src=&quot;http://www.hcsthailand.com/hcs/mambots/content/multithumb/thumbs/b.150.100.16777215.0.stories.news.18112007.dsc06610.jpg&quot; width=&quot;133&quot; align=&quot;center&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;a title=&quot;&quot; href=&quot;http://www.hcsthailand.com/hcs/images/stories/news/18112007/dsc06621.jpg&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;&lt;img class=&quot;multithumb&quot; title=&quot;&quot; height=&quot;100&quot; alt=&quot;&quot; hspace=&quot;6&quot; src=&quot;http://www.hcsthailand.com/hcs/mambots/content/multithumb/thumbs/b.150.100.16777215.0.stories.news.18112007.dsc06621.jpg&quot; width=&quot;133&quot; align=&quot;center&quot; border=&quot;0&quot; /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</description>
 <category domain="http://www.goodhealth.in.th/web/taxonomy/term/54">ประชาสัมพันธ์ / กิจกรรมสุขภาพ</category>
 <pubDate>Tue, 15 Jan 2008 15:08:22 +0700</pubDate>
</item>
<item>
 <title>อบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง &quot;การสร้างข้อมูลสุขภาพผ่านอินเทอร์เน็ต ชมรมสื่อสารสุขภาพ นครปฐม&quot;</title>
 <link>http://www.goodhealth.in.th/web/node/470</link>
 <description>&lt;div class=&quot;event-nodeapi&quot;&gt;&lt;div class=&quot;activity-start&quot;&gt;&lt;label&gt;เริ่มต้น :&lt;/label&gt;22 ก.พ. 2551 - 05:00&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;โครงการวิจัย เรื่อง การพัฒนาชุมชนสื่อสารสุขภาพทางอินเทอร์เน็ต แผนงานวิจัยและพัฒนาระบบสื่อสารสุขภาพสู่ประชาชน สนับสนุนการวิจัยโดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และสำนักงานสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยมีนายโคทม อารียา เป็นประธานขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง &amp;ldquo;การสร้างข้อมูลสุขภาพผ่านอินเทอร์เน็ต ชมรมสื่อสารสุขภาพ นครปฐม&amp;rdquo; ร่วมกับบุคลากรกลุ่มต่างๆที่เกี่ยวข้อง จำนวน 20 คน ประกอบด้วย 1) บุคลากรจากสาธารณสุขจังหวัด 2) งานส่งเสริมสุขภาพ เทศบาลนคร/ องค์การบริหารท้องถิ่น และ3) สื่อมวลชนท้องถิ่น ในวันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 09.00-15.00 น. ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์&lt;strong &gt; &lt;/strong&gt;จังหวัดนครปฐม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;a href=&quot;http://www.goodhealth.in.th/web/activity/goto/&quot; class=&quot;outgoing&quot; title=&quot;&quot;&gt;อบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง &amp;quot;การสร้างข้อมูลสุขภาพผ่านอินเทอร์เน็ต ชมรมสื่อสารสุขภาพ นครปฐม&amp;quot;&lt;/a&gt;</description>
 <pubDate>Tue, 15 Jan 2008 14:19:41 +0700</pubDate>
</item>
<item>
 <title>สธ.ทุ่มงบ 193 ล.ดูแลฟันเด็กไทย สืบสานพระปณิธาน &quot;พระพี่นางฯ&quot;</title>
 <link>http://www.goodhealth.in.th/web/node/469</link>
 <description>&lt;p align=&quot;justify&quot;&gt;นายแพทย์มรกต กรเกษม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำโครงการ &amp;quot;ยิ้มสดใส เด็กไทยฟันดี&amp;quot; เพื่อสืบสานพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ทรงสนพระทัยในการป้องกันโรคฟันผุในเด็กไทยด้วยวิธีเคลือบหลุมร่องฟัน และการแปรงฟันให้สะอาด โดยในปีนี้มีเป้าหมายให้บริการเคลือบหลุมร่องฟันเด็กนักเรียนที่กำลังศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทั่วประเทศ จำนวน 4 แสนคน ใช้งบประมาณทั้งหมด 193 ล้านบาท โดยได้จัดสรรให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศไปแล้ว เด็กไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ จากผลการสำรวจสุขภาพฟันของเด็กไทยล่าสุด เมื่อ พ.ศ.2547 พบว่าในเด็กอายุ 5-6 ปี ซึ่งมีเกือบ 2 ล้านคน ในจำนวนนี้มีเด็กที่ฟันไม่ผุเลยเพียงร้อยละ 13 หรือประมาณ 260,000 คนเท่านั้น ซึ่งจัดได้ว่ายังต่ำกว่าเป้าหมายระดับประเทศที่กำหนด จะต้องมีไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 และระดับโลก ที่กำหนดไว้ถึงร้อยละ 50 ของเด็กวัยดังกล่าว&lt;/p&gt;
</description>
 <category domain="http://www.goodhealth.in.th/web/taxonomy/term/54">ประชาสัมพันธ์ / กิจกรรมสุขภาพ</category>
 <pubDate>Tue, 15 Jan 2008 14:17:43 +0700</pubDate>
</item>
<item>
 <title>ชุมชนสื่อสารสุขภาพทางอินเตอร์เน็ต จังหวัดนครปฐม</title>
 <link>http://www.goodhealth.in.th/web/node/450</link>
 <description></description>
 <category domain="http://www.goodhealth.in.th/web/taxonomy/term/156">ชุมชนสื่อสารสุขภาพทางอินเตอร์เน็ต จ.นครปฐม</category>
 <enclosure url="http://www.goodhealth.in.th/web/files/รายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม.pdf" length="62727" type="application/pdf" />
 <pubDate>Tue, 11 Sep 2007 17:43:30 +0700</pubDate>
</item>
<item>
 <title>อย่าลืม 17 ก.พ.นี้ ห้ามสูบบุหรี่ใน “ผับ-เธค-สวนอาหาร-จตุจักร”</title>
 <link>http://www.goodhealth.in.th/web/node/429</link>
 <description>&lt;p align=&quot;justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;สธ.ประกาศ ผับ เธค สวนอาหาร ตลาดนัดจตุจักร เป็นเขตห้ามสูบบุหรี่ 100% ดีเดย์ 17 ก.พ.นี้ &amp;ldquo;หมอหทัย&amp;rdquo; เสนอตัวชี้แจงกลุ่มผู้ประกอบการร้านเหล้า ผับ เธค ให้เข้าใจ ชี้ไม่ได้ทุบหม้อข้าวหมอแกง มั่นใจอนาคตมีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น เพราะคนไม่สูบบุหรี่มามากกว่า&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;นพ.หทัย ชิตานนท์&lt;/strong&gt; ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ นพ.มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การให้สถานบันเทิงทุกแห่งเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2550 และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2550 โดยจะมีผลบังคับใช้ภายใน 45 วัน ซึ่งจะตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งมาตรการข้อห้ามการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะตามประกาศฉบับใหม่นั้น จะมีผลดีในหลายด้าน ซึ่งตนได้รวบรวมเอกสารงานวิจัยสนับสนุนมาตรการดังกล่าวทั้งภายในประเทศไทย และต่างประเทศ จัดทำเป็นรูปเล่มมีความหนา 100 กว่าหน้า ซึ่งตนได้ส่งเอกสารทั้งหมดให้ นพ.มงคล เรียบร้อยแล้ว&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;&amp;ldquo;เชื่อว่า การบังคับใช้ในระยะแรกจะมีปัญหาเรื่องการต่อต้านจากกลุ่มผู้ประกอบการผับ เธค พอสมควร เพราะไม่เข้าใจและคิดว่า สธ.จะไปทุบหม้อข้าวหม้อแกง การทำมาหากินของเขา กลัวว่า ลูกค้าจะลดน้อยลงและไม่เข้าไปเที่ยว ซึ่งหากมีการชุมนุมต่อต้านเกิดขึ้น ผมพร้อมที่จะให้ข้อมูลและเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มผู้ประกอบการให้เข้าใจถึงมาตรการห้ามสูบบุหรี่ดังกล่าว โดยจะชี้แจงข้อมูลจากงานวิจัยที่ได้รวบรวมมาและเชื่อว่าจะยุติปัญหาได้&amp;rdquo;&lt;/strong&gt; นพ.หทัย กล่าว&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นพ.หทัย กล่าวต่อว่า งานวิจัยที่ตนได้รวบรวมมาสามารถสรุปเป็นประเด็นหลักได้ 6 ข้อ ดังนี้ 1.การห้ามสูบบุหรี่ในสถานธุรกิจ ผับ เธค ทำให้ประชาชนทั่วไปพอใจมากขึ้น 2.ไม่ทำให้รายได้ของสถานธุรกิจที่ถูกควบคุมลดน้อยลง แม้ว่าในระยะแรกอาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่ก็ไม่นาน แต่ในระยะยาวจะยิ่งมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่สูบบุหรี่ ซึ่งมีจำนวนมากกว่าผู้สูบบุหรี่ และสุดท้ายลูกค้าเดิมก็จะกลับมาเที่ยวตามเดิม 3.สุขภาพของพนักงานในร้าน และลูกค้าที่มาเที่ยวดีขึ้น 4.วงดนตรีที่เล่นสดในสถานธุรกิจมีความไพเราะขึ้น เพราะไม่มีควันบุหรี่เข้าไปจับตามเครื่องดนตรี หรือลำโพง ทำให้เสียงใสกว่าเดิม&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับรายละเอียดในประกาศ ดังกล่าวมีการเพิ่มสถานที่ปลอดบุหรี่มากขึ้นอีก 4 ประเภท ได้แก่ &lt;strong&gt;1.สถานที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม การจัดเลี้ยง ที่ติดเครื่องปรับอากาศห้ามสูบบุหรี่โดยสิ้นเชิง ซึ่งเดิมมีข้อยกเว้นหากจดทะเบียนเป็นสถานบริการ แต่ในประกาศฉบับใหม่จะตัดข้อยกเว้นดังกล่าวออกไป ดังนั้น ไม่ว่าจะจดทะเบียนอยู่ในประเภทใด ก็ห้ามสูบบุหรี่ แต่สามารถที่จะออกมาสูบบุหรี่บริเวณภายนอกร้านซึ่งจัดเป็นที่พิเศษได้ 2.สถานที่ทำงานเอกชน ซึ่งเดิมจะยกเว้นหากจดทะเบียนเป็นสถานบริการ ดังนั้น จะไม่มีข้อยกเว้นอีกต่อไป หากอยู่ในระบบปรับอากาศไม่ว่าจะจดทะเบียนเป็นสำนักงานหรือสถานบริการต้องเป็นเขตห้ามสูบบุหรี่สิ้นเชิงเช่นเดียวกัน&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;3.สำหรับร้านที่จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่อยู่ในระบบปรับอากาศ เช่น สวนอาหาร ถือเป็นเขตห้ามสูบบุหรี่ประเภทที่ 2 คือ สามารถจัดมุมสำหรับสูบบุหรี่ได้ แต่ต้องเป็นไปตามที่รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขกำหนด และ 4.ตลาดสด ตลาดนัด เป็นเขตปลอดบุหรี่ประเภทที่ 2 ฉะนั้นสวนจตุจักร ก็จะห้ามสูบบุหรี่ด้วย&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อนึ่งตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2535 หากประชาชนฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบมีโทษปรับ 2,000 บาท ส่วนเจ้าของสถานที่จะถูกปรับ 20,000 บาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;table cellspacing=&quot;0&quot; cellpadding=&quot;4&quot; border=&quot;0&quot;&gt;&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;body&quot; valign=&quot;baseline&quot; align=&quot;left&quot;&gt;โดย ผู้จัดการออนไลน์&lt;/td&gt;&lt;td class=&quot;date&quot; valign=&quot;baseline&quot; align=&quot;left&quot;&gt;11 มกราคม 2551 10:01 น.&lt;/td&gt;&lt;/tr&gt;&lt;/table&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <category domain="http://www.goodhealth.in.th/web/taxonomy/term/54">ประชาสัมพันธ์ / กิจกรรมสุขภาพ</category>
 <pubDate>Sun, 12 Aug 2007 07:42:43 +0700</pubDate>
</item>
<item>
 <title>ผู้สูงอายุกว่า 45% เหลือฟันไม่ถึง 20 ซี่ สธ.เร่งใส่ฟันเทียมพระราชทาน</title>
 <link>http://www.goodhealth.in.th/web/node/427</link>
 <description>&lt;p align=&quot;justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;กระทรวงหมอ เผยผลสำรวจสุขภาพ พบผู้สูงอายุกว่าร้อยละ 45 เหลือฟันเคี้ยวอาหารไม่ถึง 20 ซี่ ต่ำกว่าเกณฑ์องค์การอนามัยโลก เหตุส่วนใหญ่เกิดจากฟันผุ เหงือกอักเสบ และฟันโยก เร่งใส่ฟันเทียมพระราชทานเพิ่มให้ผู้สูงอายุอีก 90,000 ราย ภายใน 3 ปี พร้อมนำร่อง 32 ชมรมผู้สูงอายุ จาก 11 จังหวัดเป็นชมรมต้นแบบการดูแลสุขภาพช่องปาก ถนอมฟัน-เหงือก&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;วันนี้ (14 ม.ค.) &lt;strong&gt;นพ.มรกต กรเกษม&lt;/strong&gt; รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบฟันเทียมพระราชทานแก่ผู้สูงอายุของจังหวัดอำนาจเจริญ จำนวน 20 คน ว่า ขณะนี้ผู้สูงอายุไทยส่วนใหญ่ประสบปัญหาหลายเรื่อง ทั้งมีโรคประจำตัวเรื้อรัง ที่พบมากคือ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ส่วนในช่องปาก ผู้สูงอายุเกือบครึ่งหนึ่งเหลือฟันเคี้ยวอาหารไม่ถึง 20 ซี่ ตามเป้าหมายที่องค์การอนามัยโลกกำหนด เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทำให้ระบบการย่อยอาหารผิดปกติ กระเพาะอาหารทำงานหนักขึ้น การดูดซึมสารอาหารไม่ดี ส่งผลให้เกิดปัญหาได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จากผลการสำรวจสุขภาพในช่องปากของผู้สูงอายุ ซึ่งมีเกือบ 7 ล้านคน ล่าสุด ในปี 2547 พบว่า อยู่ในเกณฑ์น่าเป็นห่วง มีปัญหาการบดเคี้ยว เนื่องจากร้อยละ 45 เหลือฟันเคี้ยวอาหารไม่ถึง 20 ซี่ ในจำนวนนี้สูญเสียฟันทั้งปาก ไม่มีฟันบดเคี้ยวอาหารร้อยละ 8 หรือจำนวน 560,000 คน สาเหตุหลักที่ทำให้สูญเสียฟัน ร้อยละ 96 เกิดจากฟันผุ ซึ่งเป็นผลสะสมมาตั้งแต่วัยเด็กและไม่ได้รับรักษา นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเหงือกอักเสบ และทำให้ฟันโยก เนื่องจากกระดูกหุ้มรอบๆ รากฟันเกิดการละลายตัว เพราะหินปูนจับที่ตัวฟัน ต้องสูญเสียฟันไป โดยจากการสำรวจการแปรงฟันของผู้สูงอายุ พบว่า มีแนวโน้มเสี่ยงสูญเสียฟันเพิ่มขึ้น เนื่องจากแปรงฟันถูกเวลา คือ หลังตื่นนอนตอนเช้าและก่อนนอน เพียง 1 ใน 3 และวิธีการแปรงส่วนใหญ่เป็นแบบถูไปถูมา ไม่ได้แปรงขึ้นลงตามร่องฟัน ทำให้คอฟันสึก ฟันผุง่ายขึ้นไปอีก&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ได้จัดทำโครงการฟันเทียมพระราชทาน ให้ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2550 ดำเนินการระหว่าง พ.ศ.2548-2550 สามารถใส่ฟันเทียมได้แล้ว 94,000 ราย จากการประเมินผล พบว่า โดนใจผู้สูงอายุมากเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ทำให้กินอาหารได้มากขึ้น ร้อยละ 83 พูดชัดขึ้น พอใจในความสวยงามของใบหน้า ทำให้ชีวิตมีความสุข เข้าสังคมได้อย่างมั่นใจ โครงการเกิดประโยชน์ต่อผู้สูงอายุเป็นอันมาก กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ขยายโครงการต่อไปอีก 3 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2551-2553 อีกจำนวน 90,000 ราย&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2551 กระทรวงสาธารณสุขได้พัฒนาชมรมผู้สูงอายุให้เป็นชมรมผู้สูงอายุต้นแบบในการดูแลสุขภาพช่องปากตนเองทั้งหมด 32 ชมรม นำร่องใน 11 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง บุรีรัมย์ ชัยภูมิ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ขอนแก่น อำนาจเจริญ ราชบุรี สุพรรณบุรี และเพชรบุรี รวมทั้งเผยแพร่แก่ชมรมผู้สูงอายุภาคต่างๆ ที่สนใจด้วย เพื่อถนอมฟันที่เหลือ และดูแลสุขภาพเหงือกให้แข็งแรง ไม่สูญเสียฟันเพิ่มอีก นายแพทย์มรกตกล่าว&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;strong&gt;ทางด้าน นพ.วิรัตน์ พุทธิเมธี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า จากการจัดโครงการฟันเทียมพระราชทานของจังหวัดอำนาจเจริญ ระหว่าง พ.ศ.2548-2550 ได้ตั้งเป้าให้ผู้สูงอายุใส่ฟันเทียมทั้งปากจำนวน 492 ราย และสามารถดำเนินการใส่ฟันเทียมไปได้จำนวน 471 ราย คิดเป็นร้อยละ 96 ของผู้ที่ต้องใส่ฟันเทียมทั้งหมด โดยในปี 2551 ได้ตั้งเป้าให้ผู้สูงอายุได้รับการตรวจช่องปากและใส่ฟันเทียมให้ได้ 160 คน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <category domain="http://www.goodhealth.in.th/web/taxonomy/term/54">ประชาสัมพันธ์ / กิจกรรมสุขภาพ</category>
 <pubDate>Sat, 11 Aug 2007 22:10:56 +0700</pubDate>
</item>
<item>
 <title>อบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การใช้อินเทอร์เน็ตและการสืบค้นแหล่งข้อมูลสุขภาพ</title>
 <link>http://www.goodhealth.in.th/web/node/426</link>
 <description>&lt;div class=&quot;event-nodeapi&quot;&gt;&lt;div class=&quot;activity-start&quot;&gt;&lt;label&gt;เริ่มต้น :&lt;/label&gt;14 ก.ย. 2550 - 00:00&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;
&lt;div class=&quot;event-nodeapi&quot;&gt;&lt;div class=&quot;activity-end&quot;&gt;&lt;label&gt;จนถึง :&lt;/label&gt;14 ก.ย. 2550 - 23:59&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;
&lt;h6 class=&quot;MsoNormal&quot; align=&quot;left&quot;&gt;โครงการวิจัยการพัฒนาระบบสนับสนุนการสื่อสารสุขภาพผ่านอินเทอร์เน็ต&amp;nbsp;&amp;nbsp;จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การใช้อินเทอร์เน็ตและการสืบค้นแหล่งข้อมูลสุขภาพให้แก่สมาชิกชมรมสื่อสารสุขภาพ นครปฐม ใน วันที่ 14 กันยายน 2550 เวลา 09.00-12.00 น.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ ห้องคอมพิวเตอร์ ชั้น 3 อาคารหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม&lt;/h6&gt;
&lt;a href=&quot;http://www.goodhealth.in.th/web/activity/goto/&quot; class=&quot;outgoing&quot; title=&quot;&quot;&gt;อบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การใช้อินเทอร์เน็ตและการสืบค้นแหล่งข้อมูลสุขภาพ&lt;/a&gt;</description>
 <pubDate>Sat, 11 Aug 2007 21:50:00 +0700</pubDate>
</item>
<item>
 <title>ตะลึง!แม่ไทยให้นมลูกติดอันดับสุดท้ายเอเชีย</title>
 <link>http://www.goodhealth.in.th/web/node/425</link>
 <description>&lt;table cellspacing=&quot;0&quot; cellpadding=&quot;0&quot; width=&quot;550&quot; border=&quot;0&quot;&gt;&lt;tr&gt;&lt;td class=&quot;font9&quot;&gt;&lt;p align=&quot;justify&quot;&gt;สธ. เผยผลสำรวจพบแม่ไทยและติดอันดับ 3 ก่อนสุดท้ายของโลก เป็นเหตุฉุดไอคิวเด็กไทยต่ำกว่ามาตรฐาน และ 1 ใน 3 มีพัฒนาการช้า จัดวาระด่วนแก้ไข สร้างอสม. กว่า 8แสนคนทั่วประเทศ เป็นผู้วางรากฐานชีวิตเด็กเกิดใหม่ กระตุ้นหญิงตั้งครรภ์ -หลังคลอดให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนให้ได้ หวังเด็กไทยมีไอคิวสูงขึ้น 11 จุด ชี้ประหยัดกว่านมผงเดือนละ 3,000 บาท &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันนี้ (29 ม.ค 52) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย น.พ.ณรงค์ศักดิ์ อังคสุวะพลา อธิบดีกรมอนามัย น.พ.ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมสุขภาพจิต น.พ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และน.พ.บวร งามศิริอุดม ที่ปรึกษาและผู้ถวายงานโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ร่วมกันแถลงข่าว การจัดงานรวมพล &amp;ldquo;อสม.นมแม่ เพื่อสายใยรักแห่งครอบครัว&amp;rdquo; ซึ่งกำหนดจัดในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2552 ที่เมืองทองธานี เพื่อกระตุ้นส่งเสริมให้คนไทยหันมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นาน 6 เดือนขึ้นไปให้มากขึ้น &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายวิทยา กล่าวว่า ผลการศึกษาพัฒนาการและระดับสติปัญญาหรือไอคิวของเด็กไทย มีแนวโน้มลดลง ล่าสุดในปี 2545 พบว่าเด็กไทยอายุ 6-13 ปี มีไอคิวอยู่ที่ 88 จุด ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากลที่กำหนดไว้คือ 90 &amp;ndash; 110 จุด และผลสำรวจพัฒนาการสมวัยของเด็กวัยต่ำกว่า 5 ขวบ ล่าสุดในปี 2550 พบมีแนวโน้มลดลง จากร้อยละ 72 ในปี 2547 เหลือร้อยละ 68 ในปี 2550 ถือเป็นดัชนีชี้วัดอนาคตเด็กไทยที่น่าห่วงมาก ซึ่งทั้งไอคิวและพัฒนาการของเด็ก ร้อยละ 70 เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงดูในครอบครัว อีกร้อยละ 30 มาจากกรรมพันธุ์ เรื่องที่น่าวิตกอย่างยิ่ง พบว่าแม่ไทยในยุคหลังๆ นิยมเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในอัตราที่ต่ำมาก ผลการศึกษาขององค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ล่าสุดเมื่อพ.ศ. 2549 พบประเทศไทยมีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนเพียงร้อยละ 5.4 ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในเอเชีย และเป็นลำดับที่ 3 ก่อนสุดท้ายของโลก จะต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในปี 2552 กระทรวงสาธารณสุขจะเน้น 2 เรื่อง คือ พัฒนาโรงพยาบาลทั่วประเทศทั้งรัฐและเอกชน ให้เป็นโรงพยาบาลสายใยรักครอบครัว ปลอดการขายนมผง และประกาศให้เป็นปีแห่งการสร้างอนาคตประเทศไทย ส่งเสริมอสม. ทั่วประเทศที่มี 830,000 คน ให้เป็นผู้วางรากฐานชีวิตเด็กเกิดใหม่ที่มีปีละประมาณ 800,000 คน ให้ได้รับการเลี้ยงดูที่เหมาะสม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของชีวิต เนื่องจากการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทำให้เด็กไทยฉลาด สุขภาพดี อารมณ์ดี มีผลวิจัยทั่วโลกยืนยันตรงกันว่า เด็กที่กินนมแม่จะมีปัญญาดี หรือฉลาดกว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแม่ถึง 11 จุด ลดโอกาสเกิดโรคภูมิแพ้ ไม่ป่วยบ่อย โดยจะให้ อสม. สำรวจหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอดในทุกหมู่บ้านชุมชน เพื่อส่งเสริมให้เลี้ยงด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน และเลี้ยงควบคู่อาหารตามวัยจนลูกอายุ 2 ปีหรือมากกว่า โดยอสม. 1คน จะให้ดูแลสุขภาพครอบครัวคนละ 8-15 หลังคาเรือน และจะให้กรมอนามัยประเมินผลในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นสัปดาห์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่โลก ตั้งเป้าจะเพิ่มอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนให้ได้ถึงร้อยละ 30 &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการรงค์ให้คนไทยหันมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดโล่รางวัลสาขาการส่งเสริมนมแม่ ให้อสม.ที่มีผลงานดีเด่นระดับชาติเพื่อเป็นสาขาที่ 11 ด้วย เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงานในวันอสม.แห่งชาติ 20 มีนาคม 2552 นี้ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ได้พระราชทานพระรูป พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ขณะมีพระชันษาครบ 3 ปี ให้กระทรวงสาธารณสุขจัดทำโปสเตอร์ &amp;ldquo;ฉลาด แข็งแรง อารมณ์ดี เริ่มที่...นมแม่&amp;rdquo; จำนวน 100,000 แผ่น และใส่กรอบจำนวน 100 ภาพ มอบให้กับบุคคลที่ส่งเสริมสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ประธาน อสม.ระดับจังหวัด เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจและเพื่อใช้ในกิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วย &lt;br /&gt;น.พ.บวร งามศิริอุดม ที่ปรึกษาและผู้ถวายงานโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเด็กเกิดปีละ 800,000 คน หาก อสม. 1 คนช่วยแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ครบ 6 เดือน จะช่วยประหยัดเงินซื้อนมผงเดือนละ 3,000 บาท หรือปีละ 14,400 ล้านบาท เรื่องนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวมากและ เหมาะกับสภาวะเศรษฐกิจโลกและไทยที่กำลังประสบวิกฤติถดถอยได้อย่างดี โดยได้กำหนดบทบาท อสม.นมแม่ไว้ 4 ประการ คือ 1. สำรวจหญิงตั้งครรภ์ และเยี่ยมหญิงหลังคลอดที่บ้าน เพื่อช่วยเหลือการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 2. เผยแพร่ความรู้ ชักชวนให้แม่หลังคลอดเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวครบ 6 เดือน และกินนมแม่พร้อมอาหารตามวัยจนอายุครบ 2 ปี 3. เฝ้าระวังและปกป้องให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และ4. ส่งต่อแม่หลังคลอดที่มีปัญหาเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขช่วยแก้ไข &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านน.พ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในการจัดงาน รวมพล &amp;ldquo;อสม.นมแม่ เพื่อสายใยรักแห่งครอบครัว&amp;rdquo; ที่ศูนย์การประชุมอิมแพค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2552 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงาน ภายในงานจะมีการเสวนา &amp;ldquo;นมแม่...คือสายใยรัก&amp;rdquo; โดยมีครอบครัวดารานมแม่ตัวอย่าง คือคุณศศิธร วัฒนกุล หรือคุณลอร่า และคุณเชษฐวุฒิ วัชระกุลหรือคุณบ้วย ร่วมเป็นวิทยากรนมแม่ด้วย และมีการประดิษฐ์หนังสือทำมือ &amp;ldquo;นมแม่&amp;rdquo; เพื่อให้ อสม.นำติดตัวกลับบ้านใช้ในการให้ความรู้แม่หลังคลอด และมีการแสดง นมแม่ คือพลังสร้างเด็กไทย ให้ความรู้นมแม่ จากคณะโปงลางสะออน และโขนนมแม่ ประชาชนเข้าชมงานได้ฟรี &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับการพัฒนาศักยภาพ อสม. ในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ กรมอนามัยได้จัดทำหลักคู่มือ วิทยากร อบรม อสม. นมแม่ เพื่อสายใยรักครอบครัว จำนวน 13,000 เล่ม และคู่มือสำหรับ อสม.อีก 100,000 เล่ม ทั้งนี้ ในส่วนของโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัว ปัจจุบันมีโรงพยาบาลรัฐและเอกชนเข้าร่วมโครงการ 892 แห่ง มีโรงพยาบาลที่ผ่านการประเมินโรงพยาบาลสายใยรักแห่งครอบครัวระดับทอง จำนวน 212 แห่ง โดยมีอัตราการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 25&lt;/p&gt;
</description>
 <pubDate>Sat, 11 Aug 2007 14:53:54 +0700</pubDate>
</item>
<item>
 <title>สธ.ควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดนก ใน 2 พื้นที่สีแดงเต็มที่ ใครมีไข้ ไอ ต้องพบแพทย์ทุกราย</title>
 <link>http://www.goodhealth.in.th/web/node/403</link>
 <description>&lt;p align=&quot;justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวงสาธารณสุข เคร่งครัดการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดนกในคนที่อยู่ในพื้นที่สีแดง 2 จังหวัดที่พบสัตว์ปีกติดเชื้อคือพิษณุโลกและหนองคาย อย่างเข้มงวด เนื่องจากจัดอยู่ในกลุ่มพื้นที่เสี่ยง ให้ประชาชนทุกรายที่มีไข้ ไอ มีน้ำมูก แจ้งอสม.หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อพบแพทย์ตรวจเฝ้าระวังอาการใกล้ชิด ส่วนเหตุเสียชีวิตของชายชาวศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ที่ลือว่าตายจากไข้หวัดนกนั้น ขณะนี้ต้องรอผลการตรวจยืนยัน &lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์มาตรการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดนกของกระทรวงสาธารณสุขว่า นายแพทย์มงคล ณ สงขลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาสาธารณสุขได้มีนโยบายจัดแบ่งพื้นที่การดูแลออกเป็น 2 ส่วน คือพื้นที่ทีมีรายงานสัตว์ปีกติดเชื้อไข้หวัดนก ซึ่งขณะนี้มี 2จุดคือที่จังหวัดพิษณุโลก และที่ต.พานพร้าว อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ให้จัดเป็นพื้นที่สีแดง ถือว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้มีความเสี่ยงสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ และมีโอกาสติดเชื้อไข้หวัดนกจากสัตว์ปีกได้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำสถานีอนามัย และกำลังของทีมอาสาสมัครสาธารณสุข เฝ้าระวังอาการเจ็บป่วยของคนในหมู่บ้านอย่างเข้มข้น เป็นพิเศษเป็นเวลา 10 วัน โดยติดตามสอบถามอาการเจ็บป่วยด้วยอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก ของชาวบ้านทุกคนทุกวัน หากพบ ต้องรีบรายงานและนำส่งตรวจรักษาที่โรงพยาบาลทันที แม้ว่าจะมีประวัติสัมผัสกับสัตว์ปีกที่ป่วยตาย หรือไม่ก็ตาม เนื่องจากจัดเป็นผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการติดเชื้อของสัตว์ปัก และจะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปควบคุมป้องกันโรคที่บ้านที่พบผู้ป่วยทันทีโดยไม่ต้องรอผลการตรวจยืนยันเชื้อทางห้องปฏิบัติการ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ และให้รายงานผลการเฝ้าระวังทุกวัน &lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนพื้นที่ที่พบสัตว์ปีกตายหรือป่วย และอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์เชื้อ รวมทั้งพื้นที่ทั่วไปที่ยังไม่มีปัญหาในสัตว์ปีก ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอาการป่วยไข้ ไอ ทุกวันพร้อมติดตามการตายการป่วยของสัตว์ปีกในบ้านและหมู่บ้านด้วย หากพบผู้ป่วยต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และส่งตรวจที่โรงพยาบาล เพื่อคัดกรองและเฝ้าระวังอาการจนกว่าจะปลอดภัย &lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายแพทย์สุพรรณกล่าวว่า ผลการเฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีอาการไข้ ไอ หายใจหอบ ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550-24 มกราคม 2550 มีทั้งหมด 199 ราย จาก 39 จังหวัด ในวันที่ 24 มกราคม 2550 ได้รับรายงาน 54 ราย จาก 15 จังหวัด ดังนี้ อ่างทอง 26 ราย สุพรรณบุรี 8 ราย กาญจนบุรี 3 ราย อุบลราชธานี 2 ราย อุทัยธานี 2 ราย ลพบุรี 2 ราย ราชบุรี 2 ราย สมุทรปราการ 2 ราย ส่วนอีก 7 ราย จากพระนครศรีอยุธยา สระบุรี เชียงใหม่ สุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ และปราจีนบุรี แห่งละ 1 ราย ผลการตรวจยืนยันเชื้อยังไม่พบรายใดติดเชื้อไข้หวัดนก ยังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจอีก 51 ราย &lt;br /&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อกรณีที่มีข่าวลือการเสียชีวิตของชายวัย 41 ปี อยู่ที่หมู่ 8 ต.พานพร้าว อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2550 ว่าเสียชีวิตจากไข้หวัดนกนั้น นายแพทย์สุพรรณ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ส่งทีมระบาดวิทยาจากส่วนกลางและจังหวัด ลงไปสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตแล้ว และได้เก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อปอด เลือดและอื่นๆ ส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อตรวจยืนยันเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยละเอียดแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจ ขณะเดียวกันได้ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังบุคคลในครอบครัวอีก 4 คน เป็นเวลา 10 วันอย่างใกล้ชิดแล้ว สำหรับรายอื่นๆเช่นชายวัย 31 ปี ที่รักษาที่ร.พ.โพทะเล จ.พิจิตร ผลการตรวจยืนยันไม่พบเชื้อไข้หวัดนก เป็นเพียงทอนซิลอักเสบ แพทย์ให้กลับบ้านแล้ว ....25 มกราคม 2550 &lt;/p&gt;
</description>
 <pubDate>Sun, 28 Jan 2007 11:39:51 +0700</pubDate>
</item>
<item>
 <title>สธ.เตือนภัยโรคระบาดหน้าหนาว</title>
 <link>http://www.goodhealth.in.th/web/node/385</link>
 <description>&lt;p align=&quot;justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. น.พ.มงคล ณ สงขลา รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กรมควบคุมโรคออกประกาศเตือนประชาชนในการป้องกันโรคที่เกิดในฤดูหนาว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนมากเกิดจากเชื้อไวรัส ประกอบด้วย โรคระบบหายใจ ได้แก่ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดอักเสบ ปอดบวม หัด หัดเยอรมัน และโรคสุกใส โรคระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง และโรคจากการถูกยุง หรือแมลงกัด ได้แก่ ไข้มาลาเรีย สครับไทฟัส และโรคลิซมาเนียสิส&amp;nbsp; ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเชื้อไวรัสติดต่อง่ายผ่านการหายใจ ไอ จาม อาหาร และน้ำดื่ม โดยไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่เชื้อจะอยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย ติดต่อจากการหายใจเอาเชื้อโรคที่อยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วยเข้าไป หรือใช้ภาชนะและสิ่งของร่วมกัน &lt;/p&gt;
</description>
 <pubDate>Wed, 08 Nov 2006 21:13:59 +0700</pubDate>
</item>
<item>
 <title>เจ็บป่วยจาก‘น้ำท่วม’ ‘ทุกข์หนัก’ ‘ขาดส้วม’เสี่ยงโรค!</title>
 <link>http://www.goodhealth.in.th/web/node/383</link>
 <description>&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลร้ายอีกด้านหนึ่งที่เกิดขึ้นอย่างเลี่ยงยาก...จากอุทกภัย &lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&amp;ldquo;ภัยน้ำท่วม&amp;rdquo;&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;โรคภัยไข้เจ็บ&amp;rdquo; &lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;แม้กระทั่งจากกระแสน้ำ จากสิ่งที่มากับน้ำ จากสัตว์พิษ จากเชื้อโรคร้ายต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ก็เกิดขึ้นทุกพื้นที่ของประเทศไทยที่ประสบภัยน้ำท่วม ไม่เว้นแม้แต่ในกรุงเทพฯเมืองหลวง เป็น &amp;ldquo;ภัยซ้ำ-กรรมซ้อน&amp;rdquo; ที่ต้องระมัดระวังป้องกันให้ดี&lt;/p&gt;&lt;p&gt;โรคภัยในช่วงน้ำท่วม-หลังน้ำท่วม...ประมาทไม่ได้ หลายโรคภัยดูผิวเผินอาจธรรมดา...แต่ก็ร้ายแรง !!ทบทวนกันอีกครั้ง โรคที่มากับสายน้ำนั้น อาทิ... โรคเท้าเปื่อย โรคน้ำกัดเท้า หรือ ฮ่องกงฟุต ที่เกิดจากการลุยน้ำ-แช่น้ำสกปรกเป็นเวลานานจนเกิดติดเชื้อ, โรคสังคัง ที่เกิดจากเชื้อราและความอับชื้น, โรคตาแดง โรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัส, โรคระบบทางเดินหายใจต่าง ๆ เช่น หวัด เจ็บคอ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ จนถึงขั้น ปอดบวม ซึ่งเป็นแล้วมีสิทธิเสียชีวิตได้&lt;/p&gt;
</description>
 <pubDate>Sat, 14 Oct 2006 19:24:04 +0700</pubDate>
</item>
<item>
 <title>Prediabetes ภาวะเสี่ยงก่อนเป็นเบาหวาน รู้ไว้ตรวจสอบตนเอง</title>
 <link>http://www.goodhealth.in.th/web/node/381</link>
 <description>&lt;p&gt;ในภาวะ prediabetes นี้ คือยังไม่เป็นเบาหวานมีระดับน้ำตาลที่ยังสูงไม่ถึงขั้นเบาหวาน แต่สูงกว่าปกติ จากข้อมูลระบาดวิทยา พบว่า มีผู้ใหญ่ชายถึง 1 ใน 10 คน หรือ หญิง 1 ใน 25 คน ในอาย 12-19 ปี อยู่ในภาวะนี้ ซึ่งพบว่ามากพอดู แต่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนในคนไทยครับ &lt;/p&gt;&lt;p&gt;ภาวะ prediabetes ซึ่งตอนนี้ขอเรียกว่า ระดับน้ำตาลสูงกว่าปกติ นั้น ไม่จำเป็นต้องกลายไปเป็นเบาหวาน โดยเฉพาะ ถ้าคุณรู้วิธีในการปฏิบัติตน จะช่วยให้ดับน้ำตาลกลับสู่ปกติได้ แต่ถ้าไม่รู้ตนเอง จะมีความเสี่ยงเป็นเบาหวานสูงกว่าปกติ และเสี่ยงต่อการมีโรคแทรกซ้อนเท่าๆเบาหวาน&lt;/p&gt;
</description>
 <pubDate>Mon, 09 Oct 2006 11:00:10 +0700</pubDate>
</item>
</channel>
</rss>
